บริษัท ดีเคเอสเอช เทคโนโลยี จำกัด

ยกระดับการวิเคราะห์ผลิตภัณฑ์ทึบแสงด้วย LUMiReader X-Ray จากเยอรมัน

LUMiReader-X
การวิเคราะห์ความคงตัว (Stability Analysis) ของผลิตภัณฑ์ที่มีความเข้มข้นสูงหรือมีความทึบแสงมาก (Opaque Samples) ยังคงเป็นความท้าทายสำคัญสำหรับหลายอุตสาหกรรม ไม่ว่าจะเป็นสีและสารเคลือบ (Paints & Coatings) เหมืองแร่ (Mining) เครื่องสำอาง (Cosmetics) เภสัชภัณฑ์ (Pharmaceuticals) รวมถึงวัสดุสมัยใหม่สำหรับแบตเตอรี่ ซึ่งตัวอย่างเหล่านี้มักมีอนุภาคในปริมาณสูงจนไม่สามารถวิเคราะห์ได้อย่างมีประสิทธิภาพด้วยเทคนิคการวัดทั่วไป ด้วยเหตุนี้ บริษัท LUM GmbH ประเทศเยอรมนี จึงได้พัฒนา LUMiReader X-Ray เครื่องมือวิเคราะห์ความคงตัวที่ผสานเทคโนโลยี STEP (Space- and Time-resolved Extinction Profiles) ร่วมกับการใช้ รังสีเอกซ์ (X-Ray) ทำให้สามารถติดตามการเปลี่ยนแปลงภายในตัวอย่างที่มีความทึบแสงหรือมีความเข้มข้นสูงได้โดยตรง เช่น slurry batteries, carbon และ graphite พร้อมนำข้อมูลที่ได้มาวิเคราะห์ค่าดัชนีความไม่เสถียร (Instability Index) และพารามิเตอร์สำคัญอื่น ๆ เพื่อประเมินพฤติกรรมการแยกชั้นและความคงตัวของผลิตภัณฑ์ได้อย่างแม่นยำและรวดเร็ว

ตัวอย่างการทำงาน

x-ray_lumireader
รูปที่ 1: แสดงการใช้รังสีเอ็กซ์ยิงผ่านตัวอย่างที่มีความทึบแสงมาก และวัดโปรไฟล์การเปลี่ยนแปลงของแสง (แกน X) ตั้งแต่ด้านบนถึงด้านล่าง (แกน Y) โดยกราฟจะค่อยๆเปลียนจากสีแดงไปเป็นสีเขียว ซึ่งโปรไฟล์ดังกล่าวจะถูกนำมาคำนวณพารามิเตอร์ต่างๆ

วิธีการประเมินความคงตัวแบบดั้งเดิมมักต้องอาศัยการเก็บตัวอย่างไว้เป็นระยะเวลานาน ตั้งแต่หลายสัปดาห์ไปจนถึงหลายเดือน เพื่อรอให้เกิดการตกตะกอนหรือการแยกชั้นตามธรรมชาติ จากนั้นจึงทำการตรวจสอบและเปรียบเทียบผล เครื่อง LUMiReader X-Ray ซึ่งใช้เทคโนโลยี STEP (Space- and Time-resolved Extinction Profiles) “ควบคู่กับรังสีเอ็กซ์” ยิงผ่านหลอดทดสอบที่มีตัวอย่างความเข้มข้นสูงหรือตัวอย่างอิมัลชันที่ทึบแสง เช่น slurry batteries, carbon, graphite แล้ววัดโปรไฟล์การเปลี่ยนแปลงค่าการส่องผ่านของแสงออกจากตัวอย่าง (% transmission) (รูปที่ 1) เพื่อวิเคราะห์ดัชนีความไม่เสถียร (Instability Index) รวมทั้งพารามิเตอร์ต่างๆออกมา ได้แก่

1. Dispersion Stability & Analysis

การวิเคราะห์ความคงตัวของระบบกระจายตัวเป็นหนึ่งในความสามารถหลักของ LUMiReader X-Ray โดยสามารถติดตามพฤติกรรมการเคลื่อนที่ของอนุภาคภายในตัวอย่าง และคำนวณค่าพารามิเตอร์ที่เกี่ยวข้องกับเสถียรภาพของผลิตภัณฑ์ ข้อมูลที่ได้สามารถนำมาใช้ศึกษาประกอบไปด้วย

  • อัตราการตกตะกอน (Sedimentation Rate)
  • อัตราการเกิดครีม (Creaming Rate)
  • การเปลี่ยนแปลงของความเข้มข้นตามตำแหน่งต่าง ๆ ภายในตัวอย่าง
  • การคาดการณ์อายุการเก็บรักษา (Shelf-life Prediction)
  • การเปรียบเทียบความคงตัวระหว่างสูตรผลิตภัณฑ์

2. Sediment & Cream Characterization

นอกจากการวิเคราะห์กระบวนการตกตะกอนหรือการเกิดครีมแล้ว เครื่องยังสามารถศึกษาลักษณะของชั้นที่เกิดขึ้นได้อย่างละเอียด ตัวอย่างข้อมูลที่สามารถวิเคราะห์ได้ ได้แก่

  • ความหนาของชั้นตะกอน
  • ระดับการอัดตัวของตะกอน (Sediment Compression)
  • ความหนาแน่นของชั้นครีม
  • ปริมาณอนุภาคในแต่ละชั้น
  • การเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างภายในระหว่างการเก็บรักษา

3. Particle Characterization

LUMiReader X-Ray ยังสามารถใช้ศึกษาคุณสมบัติของอนุภาคภายในระบบกระจายตัวได้อีกด้วย ไม่ว่าจะเป็น

  • การกระจายขนาดอนุภาค (Particle Size Distribution)
  • พฤติกรรมการรวมตัวของอนุภาค (Aggregation)
  • การกระจายตัวภายในสูตร (Dispersion Quality)
  • การเปลี่ยนแปลงของอนุภาคตามระยะเวลา

ข้อมูลดังกล่าวช่วยให้นักวิจัยสามารถทำความเข้าใจกลไกการเปลี่ยนแปลงของตัวอย่างและพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

 โดยเทคโนโลยีดังกล่าวเป็นไปตามมาตรฐาน ISO 13317-3, ISO 18747, ISO/TR 13097, ISO/TR 18811, CFR 21 Part 11 ซึงสามารถใช้ได้กับตัวอย่างหลากหลายประเภท  ดังแสดงตัวอย่างในรูปด้านล่าง

ชื่อผู้เขียน: Mr. Khomkrit Sappakhaw

ตำแหน่ง: Senior Executive, Product Management

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่: บริษัท ดีเคเอสเอช เทคโนโลยี จำกัด

โทร: 02-639-7000 หรือ E-mail: marketing.tec.th@dksh.com

บทความที่น่าสนใจอื่นๆ

Shop
Wishlist
0 Compare

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า