เทคนิค “Field Flow Fractionation (FFF)” ถูกพัฒนาโดยบริษัท Postnova (ประเทศเยอรมนี) เป็นเทคนิคการแยกสารโดยไม่ใช้ Stationary Phase (Resin/Bead) แต่เป็นการฉีดสารที่สนใจเข้าไปยัง Separation Channel ดังนั้นเทคนิคนี้จึงเหมาะสำหรับการแยกและวิเคราะห์สารตัวอย่างที่อยู่ในตัวกลางของเหลวที่มีขนาดอนุภาคหลากหลาย ได้ตั้งแต่ 1 นาโนเมตร – 100 ไมโครเมตร อีกทั้งยังสามารถแยกพอลิเมอร์ได้ในช่วง 103 – 1018 ดาลตัน ได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพสูง หลีกเลี่ยงการที่ตัวอย่างจะไปติดอยู่ในคอลัมน์ ซึ่งอาจทำให้คอลัมน์ตัน หรือ Cracked ได้ในที่สุด อีกทั้งยังป้องกันการเกิด Co-eluate (การเกิด Interaction ระหว่างสารตัวอย่างกับ Beads/Resins ในคอลัมน์ และถูกชะออกมาด้วยกัน ทำให้ผลการวิเคราะห์เกิดความผิดพลาด)
หลักการทำงาน
เริ่มต้นจากการ Inject ตัวอย่างเข้าไปยัง Channel ที่มีการไหลของ Mobile Phase ในลักษณะ Parabolic Profile ⇒ หลังจากนั้นตัวเครื่องจะใช้แรงกด (Field) ในแนวดิ่ง เพื่อสร้าง cross-flow เพื่อกดของผสมให้เกิดการจัดเรียงตัวตามขนาดของอนุภาค ⇒ และเมื่อหยุดการใช้แรงกด (Field) และปล่อยให้ Mobile Phase เคลื่อนที่ต่อเนื่อง จึงทำให้อนุภาคที่มีขนาดเล็กถูกชะออกไปเร็วกว่าอนุภาคที่มีขนาดใหญ่
และเมื่ออนุภาคถูกชะออกมาจะถูกส่งไปวิเคราะห์ด้วย Detectors ที่มีให้เลือกหลากหลาย เช่น UV, RI (วัดความเข้มข้นสารที่ถูกชะออกมา), DLS (วัดขนาดอนุภาค), MALS (วัดน้ำหนักโมเลกุล), VISCO (วิเคราะห์การเกิดร่างแหภายในโมเลกุล), ICP-MS (วิเคราะห์องค์ประกอบของธาตุ) เป็นต้น
สำหรับเทคนิค FFF ของแบรนด์ Postnova จะมีให้เลือกทั้งหมด 5 โมเดลหลักๆ ตามลักษณะของแรงกด (Field) ที่ใช้ ได้แก่
- Asymmetric Flow (AF) คือใช้แรงกดโดยใช้ Mobile Phase
- Electrical and Asymmetric Flow (EAF) คือใช้ความแตกต่างของประจุบวก-ลบระหว่างด้านบนกับด้านล่าง Channel ทำให้เกิดแรงกด
- Thermal FFF (TF) คือใช้ความแตกต่างของอุณหภูมิระหว่างด้านบนกับด้านล่าง Channel ทำให้เกิดแรงกด
- Centrifugal FFF (CF) คือใช้แรงกดจากการปั่นเหวี่ยง
- Gravitational FFF (GF) คือใช้แรงกดจากพฤติกรรมของตัวอนุภาคเองคือ อนุภาคที่มีขนาดใหญ่จะตกตามแรงโน้มถ่วงและถูกแยกออกไปทางด้านล่างของ Channel ในขณะที่อนุภาคขนาดเล็กจะแพร่ออกไปทางด้านบนของ Channel
สินค้าที่เกี่ยวข้อง
ผู้เขียน: Khomkrit Sappakhaw
บทความที่น่าสนใจอื่นๆ
ยกระดับการวิเคราะห์ผลิตภัณฑ์ทึบแสงด้วย LUMiReader X-Ray จากเยอรมัน
-
Posted by
Srettapong
การศึกษาพื้นผิวแบบ 3 มิติ ด้วยกล้องจุลทรรศน์แรงอะตอม (Atomic Force Microscopy: AFM)
-
Posted by
Srettapong
ทำความรู้จัก ISO 24914:2026 มาตรฐานสากลและการประยุกต์ใช้วิธี LAMP
-
Posted by
Srettapong
เกณฑ์ Listeria Monocytogenes ของสหภาพยุโรปเปลี่ยนไป: ผู้ผลิตอาหารพร้อมรับมือหรือยัง?
-
Posted by
Srettapong
รู้หรือไม่? เบื้องหลังอาหารทุกคำที่คุณทาน… อะไรคือ ‘ความลับ’ ที่ล็อคความปลอดภัยไว้ตั้งแต่สายการผลิต
-
Posted by
Srettapong
จากการตรวจวัดสู่การตัดสินใจ: ผลการวิเคราะห์ช่วยสนับสนุนการประเมินความเสี่ยงสารก่อภูมิแพ้ในอาหารอย่างไร?
-
Posted by
Srettapong
ปิเปตที่ใช้อยู่ยังตอบโจทย์หรือไม่? 4 สัญญาณที่บอกว่า ถึงเวลาเลือกปิเปตใหม่
-
Posted by
Srettapong
ปิเปตของคุณยังแม่นอยู่หรือไม่? สำรวจ 4 สัญญาณสำคัญตั้งแต่ผลลัพธ์ที่ไม่สม่ำเสมอ การสึกหรอ ไปจนถึงปัญหาด้านสรีรศาสตร์และเทคโนโลยี อ่านเพิ่มเติม
ค่าความหนืดแม่นยำแค่ไหน? รู้จักการสอบเทียบเครื่อง Krebs Unit Viscometer
-
Posted by
Srettapong
เครื่องวัดความหนืดรุ่นใหม่ล่าสุดจาก AMETEK Brookfield ความแม่นยำสูง มาพร้อมหน้าจอสัมผัส
-
Posted by
dksh-content
เครื่องวัดความหนืด DV2PLUS รุ่นใหม่ล่าสุดจาก AMETEK Brookfield ที่มีความแม่นยำสูงและใช้งานได้สะดวกมากขึ้นด้วยหน้าจอสัมผัสรุ่นใหม่และการเชื่อมต่ออัจฉริยะ
การป้องกันสิ่งแปลกปลอม มุ่งเน้นสุขอนามัยและคุณภาพอาหาร
-
Posted by
patr.dksh
อุตสาหกรรมอาหารมีข้อกำหนดด้านสุขอนามัยและคุณภาพผลิตภัณฑ์สูงมาก เนื่องจากกฎระเบียบระหว่างประเทศที่เข้มงวด เช่น HACCP, ISO 22000
รู้จักนวัตกรรมใหม่ของเครื่องตรวจวิเคราะห์ด้วยมวล – Xevo TQ Absolute XR
-
Posted by
patr.dksh
Xevo TQ Absolute XR เป็นเครื่องมือวิเคราะห์มวลสารแมสสเปคโตรมิเตอร์ ที่ออกแบบมาเพื่อช่วยให้คุณมั่นใจทุกครั้งที่ต้องวัดสารในตัวอย่าง ไม่ว่าจะเป็นน้ำ อาหาร ยา หรือเลือด ก็ทำได้รวดเร็ว แม่นยำ และประหยัดมากขึ้น
คิดให้ไกลกว่าแค่ “ความหนืด” เปิดโลกรีโอโลยีที่เข้าใจง่ายและครอบคลุม
-
Posted by
patr.dksh
Discovery Core Rheometer (DCR) คือเครื่องรีโอมิเตอร์รุ่นใหม่ล่าสุดจาก TA Instruments ที่ออกแบบมาด้วยแนวคิดที่ว่า “Rheology ต้องง่าย และต้องลึกกว่าแค่ความหนืด” DCR แต่สามารถวิเคราะห์คุณสมบัติรีโอโลยีที่สำคัญได้ครบถ้วน