บริษัท ดีเคเอสเอช เทคโนโลยี จำกัด

ปิเปตที่ใช้อยู่ยังตอบโจทย์หรือไม่? 4 สัญญาณที่บอกว่า ถึงเวลาเลือกปิเปตใหม่

ในห้องปฏิบัติการวิทยาศาสตร์ ความแม่นยำคือหัวใจสำคัญของการทำงาน และหนึ่งในเครื่องมือที่ถูกใช้งานบ่อยที่สุดและมีผลต่อความถูกต้องของข้อมูลมากที่สุดก็คือ ปิเปต (Pipette) หรือ ไมโครปิเปต (Micropipette) อุปกรณ์ชิ้นนี้เป็นเครื่องมือพื้นฐานที่ช่วยให้การทดลองดำเนินไปได้อย่างราบรื่นและให้ผลลัพธ์ที่น่าเชื่อถือ แต่เช่นเดียวกับเครื่องมืออื่น ๆ เมื่อผ่านการใช้งานเป็นเวลานาน ประสิทธิภาพย่อมลดลง การตระหนักรู้ว่าเมื่อใดที่ ปิเปตของคุณไม่สามารถทำงานได้เต็มประสิทธิภาพอีกต่อไปจึงเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อรักษามาตรฐานของงานวิจัยและป้องกันข้อมูลหรือตัวอย่างเสียหาย บทความนี้จะชี้ให้เห็น 4 สัญญาณสำคัญที่บ่งบอกว่าอาจถึงเวลาแล้วที่คุณต้องพิจารณาเลือกซื้อ ปิเปต และ ไมโครปิเปต ตัวใหม่ 

ไฮไลท์

  1. ความแม่นยำที่ลดลงและผลลัพธ์ที่ไม่สม่ำเสมอคือสัญญาณเตือนที่สำคัญที่สุด 
  2. การสึกหรอหรือความเสื่อมสภาพทางกายภาพที่มองเห็นได้
  3. ปัญหาด้านสรีรศาสตร์ที่ทำให้ผู้ใช้งานเมื่อยล้าอาจส่งผลกระทบต่อทั้งสุขภาพและประสิทธิภาพการทำงาน 
  4. ค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องอาจไม่คุ้มค่าเมื่อเทียบกับการลงทุนในอุปกรณ์ใหม่ 

pipette test1

สัญญาณที่ 1: ความแม่นยำลดลงและผลลัพธ์ไม่สม่ำเสมอ

หน้าที่หลักของ ปิเปต คือการดูดและจ่ายของเหลวในปริมาตรที่แม่นยำ หากคุณเริ่มสังเกตเห็นว่าผลการทดลองมีความคลาดเคลื่อนหรือไม่สม่ำเสมอทั้งที่คุณได้ปฏิบัติตามขั้นตอนอย่างเคร่งครัดแล้ว ต้นตอของปัญหาอาจมาจากปิเปตของคุณ สัญญาณเตือนที่เกิดขึ้นคือการที่ปิเปตไม่มีการการสอบเทียบ (Calibration) อย่างสม่ำเสมอ แม้จะผ่านการบำรุงรักษาเบื้องต้นแล้วก็ตาม 

ความแม่นยำ (Accuracy) คือความสามารถในการจ่ายของเหลวได้ใกล้เคียงค่าที่ตั้งไว้ ในขณะที่ความเที่ยงตรง (Precision) คือการจ่ายปริมาตรเดิมซ้ำได้อย่างสม่ำเสมอ หากปิเปตเริ่มให้ผลคลาดเคลื่อนหรือไม่ผ่านการสอบเทียบอย่างต่อเนื่อง อาจเกิดจากการสึกหรอของชิ้นส่วนภายใน ซึ่งมักแก้ไขให้กลับมาสมบูรณ์ได้ยาก และเป็นสัญญาณว่าถึงเวลาพิจารณาเปลี่ยนปิเปตใหม่เพื่อความน่าเชื่อถือของผลลัพธ์

สัญญาณที่ 2: การสึกหรอทางกายภาพและชิ้นส่วนที่เสียหาย

นอกจากประสิทธิภาพภายในแล้ว สภาพภายนอกของปิเปตก็เป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม สัญญาณที่ควรตรวจสอบ ได้แก่

  1. รอยแตกหรือรอยร้าวบนตัวด้าม:แม้จะเป็นเพียงรอยเล็ก ๆ ก็อาจส่งผลต่อโครงสร้างโดยรวมและทำให้เกิดการรั่วซึมของอากาศ ซึ่งจะกระทบต่อความแม่นยำในการดูดและจ่ายของเหลว
  2. การกัดกร่อนของลูกสูบ (Piston): หากลูกสูบที่อยู่ภายในเกิดการกัดกร่อนจากสารเคมี จะทำให้การเคลื่อนที่ไม่ราบรื่นและส่งผลโดยตรงต่อปริมาตรของเหลว 
  3. ปลายกรวย (Tip Cone) สึกหรอ: ปลายกรวยเป็นส่วนที่ต้องเชื่อมต่อกับทิป (Pipette Tip) หากส่วนนี้สึกหรอหรือบิ่น อาจทำให้การซีลระหว่างปิเปตกับทิปไม่สมบูรณ์ เกิดการรั่วไหลของอากาศและทำให้ปริมาตรที่ได้คลาดเคลื่อน

ความแม่นยำ (Accuracy) คือความสามารถในการจ่ายของเหลวได้ใกล้เคียงค่าที่ตั้งไว้ ในขณะที่ความเที่ยงตรง (Precision) คือการจ่ายปริมาตรเดิมซ้ำได้อย่างสม่ำเสมอ หากปิเปตเริ่มให้ผลคลาดเคลื่อนหรือไม่ผ่านการสอบเทียบอย่างต่อเนื่อง อาจเกิดจากการสึกหรอของชิ้นส่วนภายใน ซึ่งมักแก้ไขให้กลับมาสมบูรณ์ได้ยาก และเป็นสัญญาณว่าถึงเวลาพิจารณาเปลี่ยนปิเปตใหม่เพื่อความน่าเชื่อถือของผลลัพธ์

Eppendorf_Liquid-Handling_Research-3-neo

Eppendorf Research® 3 neo

Eppendorf-Research-3-neo

Eppendorf Research® 3 neo

สัญญาณที่ 3: ปัญหาด้านสรีรศาสตร์ (Ergonomics) และความล้าของผู้ใช้งาน

การใช้ไมโครปิเปตซ้ำ ๆ หลายร้อยหรือหลายพันครั้งต่อวัน อาจทำให้เกิดความเมื่อยล้าและอาการบาดเจ็บจากการทำงานซ้ำ (Repressive Strain Injury – RSI) โดยเฉพาะหากปิเปตมีน้ำหนักมาก ปุ่มกดแข็ง หรือด้ามจับไม่รองรับสรีระของผู้ใช้งาน อาการเหล่านี้ไม่เพียงส่งผลต่อสุขภาพ แต่ยังลดประสิทธิภาพในการทำงานอีกด้วย

ปิเปต หรือ ไมโครปิเปต รุ่นใหม่ ๆ โดยเฉพาะจากแบรนด์ที่เป็นที่ยอมรับอย่างเช่น Eppendorf Research® 3neo ได้รับการออกแบบโดยคำนึงถึงหลักสรีรศาสตร์เป็นสำคัญ เช่น การใช้วัสดุที่มีน้ำหนักเบา การออกแบบปุ่มกดที่ใช้แรงน้อยลง และรูปทรงของด้ามจับที่พอดีกับมือ ซึ่งช่วยลดความเมื่อยล้าได้อย่างมีนัยสำคัญ หากคุณหรือทีมงานของคุณเริ่มรู้สึกถึงความเจ็บปวดหรือความไม่สบายจากการใช้ปิเปต นั่นอาจเป็นสัญญาณว่าถึงเวลาที่ต้องอัปเกรดเป็นรุ่นที่ออกแบบมาเพื่อสุขภาพของผู้ใช้งานที่ดีกว่า 

การสึกหรอทางกายภาพที่ชัดเจน เช่น รอยแตกบนตัวเครื่อง การกัดกร่อนของลูกสูบ หรือปลายกรวยที่ชำรุด ล้วนเป็นสัญญาณว่าปิเปตกำลังเสื่อมสภาพและอาจไม่สามารถทำงานได้อย่างแม่นยำอีกต่อไป หากมีความเสียหายรุนแรง การซ่อมแซมมักมีค่าใช้จ่ายสูงและไม่รับประกันประสิทธิภาพเดิม การเปลี่ยนปิเปตใหม่จึงอาจเป็นทางเลือกที่คุ้มค่ากว่าในระยะยาว

สัญญาณที่ 4 : ค่าซ่อมที่สูงขึ้นและเทคโนโลยีที่ล้าสมัย

บางครั้งการตัดสินใจเปลี่ยนปิเปตใหม่ก็มาจากปัจจัยด้านการเงินและเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงไป ซึ่งเป็นสองสัญญาณสุดท้ายที่ควรนำมาพิจารณา
1.ค่าซ่อมแซมที่สูงและไม่คุ้มค่า
เมื่อปิเปตมีอายุการใช้งานมากขึ้น มักต้องซ่อมแซมหรือเปลี่ยนอะไหล่บ่อยขึ้น หากค่าใช้จ่ายสะสมเริ่มใกล้เคียงกับราคาปิเปตใหม่ การลงทุนในอุปกรณ์ใหม่อาจคุ้มค่ากว่า ทั้งยังช่วยลดเวลาหยุดชะงักในการทำงานและได้รับประโยชน์จากการรับประกันของผู้ผลิต

2.เทคโนโลยีที่ล้าสมัยไม่ตอบโจทย์การทำงาน
งานวิจัยและการวิเคราะห์ในห้องปฏิบัติการมีความซับซ้อนมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ปิเปตรุ่นเก่าอาจไม่รองรับความต้องการด้านความเร็ว ความแม่นยำ หรือการจัดการตัวอย่างจำนวนมาก นวัตกรรมในปัจจุบัน  รวมถึงปิเปตรุ่นใหม่มีฟังก์ชันที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน เช่น ระบบอิเล็กทรอนิกส์ การทำงานอัตโนมัติ
และปิเปตแบบหลายช่อง (Multi-channel) ซึ่งช่วยลดเวลาและข้อผิดพลาดจากผู้ใช้งาน

pipette test3

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

  1. ควรสอบเทียบปิเปต บ่อยแค่ไหน? 

ความถี่ในการสอบเทียบขึ้นอยู่กับความถี่ในการใช้งานและความสำคัญของงาน โดยทั่วไปแนะนำให้ทำการสอบเทียบอย่างน้อยปีละหนึ่งครั้ง หรือทุก ๆ 6 เดือนสำหรับงานที่ต้องการความแม่นยำสูง อย่างไรก็ตาม ควรมีการตรวจสอบประสิทธิภาพเบื้องต้น (Performance Check) โดยผู้ใช้งานเป็นประจำ 

2. การออกแบบตามหลักสรีรศาสตร์ของปิเปต สำคัญจริงหรือ? 

สำคัญอย่างยิ่ง การออกแบบตามหลักสรีรศาสตร์ช่วยลดความเสี่ยงต่ออาการบาดเจ็บจากการทำงานซ้ำซาก (RSI) ทำให้ผู้ใช้งานรู้สึกสบายขึ้นเมื่อต้องทำงานเป็นเวลานาน ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อสมาธิและประสิทธิภาพในการทำงานให้ดียิ่งขึ้น 

Shop
Wishlist
0 Compare

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า